ศกร.ตชด.ชุมชนใต้ร่มพระบารมี จ.มุกดาหาร

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระยะที่ ๕

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนใต้ร่มพระบารมี จ.มุกดาหาร

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนใต้ร่มพระบารมี

หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

ประวัติของโรงเรียน

เดิมชุมชนใต้ร่มพระบารมี ได้อพยพจากบ้านโนนก่อ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ตามประกาศของจังหวัดมุกดาหาร ลงวันที่ 4 มีนาคม 2552 เรื่อง แนวทางการช่วยเหลือในการดำเนินการเคลื่อนย้ายราษฎร บ้านโนนป่าก่อ  ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ออกจากพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน อพยพมาอยู่ในพื้นที่เขตการปกครองของบ้านด่านช้าง หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร ในขณะนั้นหมู่บ้านด่านช้าง ชุมชนแก่งแต้ และชุมชนใต้ร่มพระบารมี ไม่มีศูนย์การเรียน  ผู้ปกครองได้นำบุตรหลานไปเรียนที่บ้านตาเปอะ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีระยะทางห่างจากชุมชน 6 กิโลเมตร โรงเรียนบ้านแก่งนาง ตำบลกกตูม อำดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มีระยะทางห่างจากชุมชน 6 กิโลเมตร อีกส่วนหนึ่งได้เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งห่างจากหมู่บ้านและชุมชน 12 กิโลเมตร การเดินทางเป็นระยะทางที่ไกล ต้องนำส่งบุตรหลาน และเกิดภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมา รถรับ-ส่ง สร้างความเดือดร้อนสำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะยากจน

  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชกระแสให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ทำการสำรวจพื้นที่จุดบอด ที่ยังไม่มีสถานศึกษา เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนและให้บริการการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ ผู้นำชุมชนและราษฎร  ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือร้องขอให้จัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 มอบหมายให้ ร้อยตชด. 232 และศูนย์ปฏิบัติงานโครงการพระราชดำริห้วยบางทรายตอนบน เข้าสำรวจพื้นที่ ที่จะสร้างศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อประสานผู้นำชุมชนและได้พื้นที่ที่จะสร้าง ศูนย์การเรียนแล้ว (ที่ตั้งศูนย์การเรียนปัจจุบัน)  จึงได้ทำประชาคม โดย พ.ต.ท.ประดิษฐ์ อุปจันโท พ.ต.ท.สิโรฒน์ สุวรรณพันธ์ มาประชุมผู้นำชุมชนและชาวบ้าน มติที่ประชุมทุกคน  เห็นด้วยไม่มีผู้ใดคัดค้าน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23  จึงได้ประมวลเรื่องส่งไป กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อนุมัติให้จัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนใต้ร่มพระบารมี

เริ่มแรกกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 ก่อสร้างอาคารเรียน ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาวเมตร 32 เมตร 8 ห้องเรียน โรงอาหาร ขนาดกว้าง  8  เมตร ยาว 15  เมตร ห้องน้ำ 2 หลัง 8 ห้อง บ้านพักครู 1 หลัง กว้าง 6 เมตร ยาว 16 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 3,640,000 บาท

 

 

  ในปีการศึกษา 2559 ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนใต้ร่มพระบารมี” เป็น “ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใต้ร่มพระบารมี (ธนาคารอาคารสงเคราะห์อุปถัมภ์)” และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ สร้างอาคารสหกรณ์ จำนวน 1 หลัง ด้วยงบประมาณ จำนวน 464,000 บาท 

          ปัจจุบันโรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด  8 ไร่

 

 ระบบการศึกษา

          ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชุมชนใต้ร่มพระบารมี (ธนาคารอาคารสงเคราะห์อุปถัมภ์) สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23

จังหวัดสกลนคร           

จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เปิดทำการสอนระดับก่อนประถม ถึงระดับประถมศึกษา ดำเนินการสอน 2 ภาคเรียน  ดังนี้

ภาคเรียนที่ 1  เปิดวันที่  16  พฤษภาคม  ถึงวันที่  10  ตุลาคม

ภาคเรียนที่ 2  เปิดวันที่  1  พฤศจิกายน  ถึงวันที่  31  มีนาคม

 

จำนวนครูและนักเรียน

          เมื่อเริ่มก่อตั้งมีนักเรียน 99 คน  มีครูตำรวจตระเวนชายแดน 6 นาย

ปัจจุบันมีนักเรียน 95 คน เป็นชาย 43 คน หญิง 52 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน 7 นาย

และผู้ดูแลเด็ก 1 คน

 

 ตารางแสดงจำนวนครูและคุณวุฒิ ปีการศึกษา 2560

 

ลำดับที่

ยศ – ชื่อ – นามสกุล

คุณวุฒิ

1

ร.ต.ท. สุรชัย           สำรองพันธ์

นบ.(นิติศาสตร์)

2

ด.ต. เด่นไชย           จะโนรัตน์

ศศบ.(การกีฬา)

3

ส.ต.ท. ศิวนัส           บอนคำ

รบ.(รัฐศาสตร์)

4

ส.ต.ท. เสถียรพงศ์     ลมพัด

มัธยมศึกษาปีที่ ๖

5

ส.ต.ต. สุทธิพงษ์       มุงคุณคำชาว

นบ.(นิติศาสตร์)

6

ส.ต.ต. พบมงคล       ราชสีหา

นบ.(นิติศาสตร์)

7

ส.ต.ต. อนิรุจณ์         ศรีไวทย์

มัธยมศึกษาปีที่ ๖

8

นางวีราภรณ์            ทองบัวบาน

คศบ.ภาษาไทย

 

ตารางแสดงจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2560

 

ระดับชั้น

จำนวนนักเรียน (คน)

ชาย

หญิง

รวม

อนุบาล 1

4

10

14

อนุบาล 2

7

4

11

อนุบาล 3

6

9

15

ประถมศึกษาปีที่ 1

3

4

7

ประถมศึกษาปีที่ 2

5

3

8

ประถมศึกษาปีที่ 3

5

8

13

ประถมศึกษาปีที่ 4

4

3

7

ประถมศึกษาปีที่ 5

6

6

12

ประถมศึกษาปีที่ 6

3

5

8

รวมทั้งหมด

43

52

95

 

 การดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ

            วัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริขึ้นในโรงเรียนตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ระยะที่ 4 (ปี 2550 – 2559) โดยมีผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ความรู้และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ว5_101)

ปีการศึกษา 2559

กรอบความรู้และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์

ร้อยละ

ประถม 3 (6 คน)

ประถม 6 (4 คน)

ดี

พอใช้

ปรับปรุง

ดี

พอใช้

ปรับปรุง

ความรู้

 

 

 

 

 

 

1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม

0.00

100.00

0.00

0.00

100.00

0.00

2. ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

0.00

100.00

0.00

100.00

0.00

0.00

3. ปัญหาและผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของ

   ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

0.00

100.00

0.00

100.00

0.00

0.00

4. แนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

0.00

100.00

0.00

100.00

0.00

0.00

พฤติกรรม

 

 

 

 

 

 

1. ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น น้ำในห้องน้ำ น้ำดื่ม

    น้ำเพื่อการเกษตร

100.00

0.00

0.00

100.00

0.00

0.00

2. ประหยัดพลังงาน เช่น ประหยัดไฟ

100.00

0.00

0.00

100.00

0.00

0.00

3. เลือกบริโภคและอุปโภคของที่ผลิตในท้องถิ่น

0.00

100.00

0.00

0.00

100.00

0.00

4. ลดปริมาณขยะ เช่น ลดการใช้พลาสติก โฟม แยกขยะ

   นำของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ 

0.00

100.00

0.00

0.00

100.00

0.00

5. รักษาห้องเรียนและบริเวณให้สะอาด เรียบร้อย ร่มรื่น

   และสวยงามอยู่เสมอ

0.00

100.00

0.00

100.00

0.00

0.00

6. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

   เช่น การปลูกป่า การรักษาแหล่งน้ำ

100.00

0.00

0.00

0.00

100.00

0.00

 

 

โรงเรียนภายในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระยะที่ ๕