โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ระยะที่ ๓

ความเป็นมา

เป็นโครงการแรกที่จัดตั้งขึ้นโดยมุ่งเน้นให้ครูผู้ปกครองและนักเรียนร่วมกันทำ การเกษตรในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวันโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพระราชทานเงินสิ่งของพันธุ์ พืชพันธุ์สัตว์วัสดุอุปกรณ์การเกษตรและอุปกรณ์การประกอบอาหารให้แก่โรงเรียน ในโครงการการดำเนินงานของโครงการนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลน อาหารกลางวันแล้วยังทำให้เด็กนักเรียนได้รับความรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ทีนำ ไปใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ต่อไป

สถานการณ์ปัจจุบัน

ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริระยะที่๑ พยายามส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานในขั้นพื้นฐานนั่นคือการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับพื้นที่ที่ขาดแคลนส่งเสริมการผลิตอาหารหลักเพื่อใช้ในการประกอบอาหารกลางวันในโรงเรียนได้แก่ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผักไม้ผลเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ไก่พันธุ์เนื้อ เลี้ยงปลาส่งเสริมให้มีการประกอบอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการตลอดจนการสนับสนุนอาหารเสริมคือนมถั่วเหลืองนมโคการดำเนินงานโครงการในช่วงที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาโภชนาการลงได้ในระดับที่น่าพอใจแต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังมิได้หมดสิ้นไป ดังจะเห็นได้ว่าในต้นปีการศึกษา๒๕๓๙อัตราการมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ในเด็กประถม มีร้อยละ ๑๖.๘ และอัตราการขาดสารโปรตีนและพลังงานทุกระดับในเด็กเล็กมีร้อยละ ๑๖.๗ ในด้านการผลิตอาหารถึงแม้ว่าจะมีการผลิตอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ได้เพิ่มมากขึ้นแต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายแล้วก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าความต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ผล และพืชผักนอกจากนี้โรงเรียนยังขาดการบูรณาการกิจกรรมต่างๆ ของโครงการเข้ากับการจัดการเรียนการสอน

วัตถุประสงค์

เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดช่วงการศึกษาโดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหาร

เป้าหมายของโครงการ

๑. โรงเรียนในโครงการสามารถผลิตทางการเกษตรได้ครบตามเกณฑ์และต่อเนื่องตลอดปี

๒. โรงเรียนในโครงการสามารถดำเนินการประกอบ อาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับนักเรียนทุกคนทุกวัน

๓. ลดอัตราการมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของเด็กนักเรียนให้เหลือไม่เกินร้อยละ๗๔. ลดอัตราการขาดสารโปรตีนและพลังงานทุกระดับในเด็กเล็กให้เหลือไม่เกินร้อยละ๑๐

กิจกรรมสำคัญ

๑. การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดยมีแนวทางการพัฒนาดังนี้๑.๑ จัดหาแหล่งน้ำให้กับโรงเรียนที่ยังขาดแคลน๑.๒ ปรับปรุงแหล่งน้ำที่มีอยู่และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

๒. การผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในโรงเรียน ดำเนินการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของนักเรียนตลอดปีการศึกษาเพื่อนำผลผลิตมาใช้ในการประกอบอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนรับประทานที่โรงเรียน โดยมีแนวทางในการดำเนินกิจกรรมดังนี้

                ๒.๑. ประเภทของอาหารที่โรงเรียนควรผลิตได้แก่

                         ๒.๑.๑. อาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีนได้แก่เนื้อสัตว์ปลาไข่และถั่วเมล็ดแห้ง

                         ๒.๑.๒. อาหารประเภทพืชผักที่หลากหลายและเหมาะสมกับท้องถิ่น

                         ๒.๑.๓. อาหารประเภทไม้ผลที่เหมาะสมกับท้องถิ่นโดยกำหนดให้มีการปลูกไม้ ผลที่สำคัญอย่างน้อย ๒ ชนิดคือกล้วยและมะละกอ

               ๒.๒. รูปแบบของการเกษตรที่ควรทำคือการเกษตรแบบผสมผสานเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและให้มีผลผลิตที่หลากหลายหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องพอเพียงตลอดปีซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องวางแผนการใช้ที่ดินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมกับวางแผนการผลิตตลอดปีที่สอดคล้องกับแผนการประกอบอาหารของโรงเรียน

               ๒.๓. ดำเนินกิจกรรมการผลิตโดยการจัดกลุ่มนักเรียนให้ร่วมกันรับผิดชอบ การผลิตอาหารแต่ละประเภทโดยเริ่มตั้งแต่การจัดทำแผนการผลิตดำเนินการผลิต และการนำผลผลิตมาใช้ประกอบอาหารโดยมีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ และกำกับดูแล

                ๒.๔. ส่งเสริมให้นำวิธีการสหกรณ์มาใช้ในการจัดการ กระบวนการผลิตอาหารภายในโรงเรียน

                ๒.๕. ส่งเสริมการถนอมอาหารที่มีเหลือใช้เพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูขาดแคลน

๓. การรณรงค์ให้มีการใช้ชีววิธีในกระบวนการผลิตทางการเกษตรโดยมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมดังนี้

              ๓.๑. ใช้อินทรียวัตถุในการปรับปรุงบำรุงดิน

              ๓.๒. ลดการใช้สารเคมี

๔. การประกอบเลี้ยงอาหารกลางวันที่มีคุณค่าและถูกสุขลักษณะแนวทางการดำเนินกิจกรรมคือ

               ๔.๑. จัดทำแผนการประกอบอาหารที่สอดคล้องกับ แผนการผลิตโดยทำเป็นเมนูอาหาร

                ๔.๒. พัฒนาตำรับอาหารกลางวันมาตรฐานให้กับโรงเรียนโดยนำสูตรอาหารที่โรงเรียนทำอยู่ในปัจจุบันมาปรับปรุงให้เหมาะสมทั้งในด้านโภชนาการและด้านผลผลิตของโรงเรียน หรือที่หาได้ในท้องถิ่น

               ๔.๓. จัดให้มีที่ประกอบอาหารและรับประทาน อาหารให้เป็นสัด ส่วนและถูกสุขลักษณะ

              ๔.๔. จัดอบรมกลุ่มผู้ประกอบอาหารกลางวันของโรงเรียนให้มีความรู้และสามารถที่ จะประกอบอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการได้

๕. การทำอาหารเสริมมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมดังนี้

               ๕.๑. ทำอาหารเสริมพระราชทานได้แก่นมแจกจ่ายให้ นักเรียนทุกคนดื่มเป็นประจำทุกวัน

              ๕.๒. โรงเรียนจัดหาอาหารเสริมรูปอื่นเพิ่มเติมเช่นผลไม้ที่ผลิตในโรงเรียนแจกจ่ายนักเรียน

๖. การเฝ้าระวังและติดตามทางโภชนาการมีแนวทางการดำเนินการดังนี้

              ๖.๑ ครูพยาบาลชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเด็กนักเรียนและแปลผลดูภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนเป็นประจำทุกเทอมพร้อมทั้งแจ้งผลให้ผู้ปกครองเด็กนักเรียนทราบด้วย

            ๖.๒. สนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูงที่ได้มาตรฐานให้กับโรงเรียน

             ๖.๓. จัดฝึกทบทวนเรื่องเทคนิคการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงพร้อมทั้งการแปลผลให้กับครูพยาบาลเป็นประจำทุกปี

๗. การตรวจสุขภาพนักเรียนทุก๖เดือน

๘. การปรับปรุงภาวะโภชนาการของ เด็กนักเรียนมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมดังนี้

๘.๑. ค้นหาเด็กนักเรียนที่เป็นโรคขาดสารอาหาร(มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน) ในต้นปีการศึกษา

๘.๒. เฝ้าระวังเป็นรายบุคคลโดยชั่งน้ำหนักทุก๒เดือน๘.๓. แจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทราบภาวะโภชนาการของเด็กและให้คำแนะนำการดูแลในเรื่องอาหารที่บ้าน

               ๘.๔. เด็กที่ขาดสารอาหารระดับ๒และ๓ควรส่งปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

             ๘.๕. สนับสนุนอาหารเสริมในช่วงวันหยุด

๙. การจัดการเรียนการสอนเรื่องการเกษตรและโภชนาการในโรงเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการ

๑๐. การจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูและนักเรียนเกี่ยวกับการเกษตรโภชนาการ และสุขภาพอนามัย

๑๑. การพัฒนาภาวะโภชนาการของชุมชนมีแนวทางในการดำเนินการดังนี้

                ๑๑.๑. ส่งเสริมการวิจัยเพื่อปรับปรุงภาวะโภชนาการ

              ๑๑.๒. อบรมให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเกษตรโภชนาการและสุขภาพอนามัย

             ๑๑.๓. ส่งเสริมการผลิตอาหารสำหรับชุมชนแหล่งอ้างอิง: สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี .(๒)

โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ระยะที่ ๓

โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ

ภาคเหนือ

ภาคกลาง

ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก

ภาคใต้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออก