โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาเอ็ม
หมู่ที่ 2 ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติของโรงเรียน
เดิมบ้านตาเอ็ม อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีโรงเรียน เด็กนักเรียนต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนบ้านห้วยยาง อยู่ห่างจากบ้านตาเอ็มประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางสัญจรไปมาลำบาก โดยเฉพาะในฤดูฝน เพราะต้องข้ามลำห้วยซึ่งน้ำไหลเชี่ยว ผู้ปกครองนักเรียนเกรงว่าบุตรหลานจะได้รับอันตรายจากการเดินทาง คณะกรรมการหมู่บ้านในขณะนั้น ซึ่งนำโดย นายพรม ปัตถา ได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 3 อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22) เพื่อขอให้จัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวน
วันที่ 25 สิงหาคม 2523 กรมตำรวจอนุมัติให้จัดตั้งโรงเรียนได้ โดยความเห็นชอบของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ราษฎรบ้านตาเอ็มจึงร่วมใจกันบริจาคที่ดินบริเวณวัดร้าง จำนวน 40 ไร่ ก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น 1 หลัง และเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียนเริ่มแรกจำนวน 133 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดนทำการสอน จำนวน 4 นาย โดยมีดาบตำรวจเลิศ ผ่องศรี เป็นครูใหญ่คนแรก
ปี 2536 ราษฎรบ้านตาเอ็ม ได้ร่วมกันบริจาคเงิน และวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก จำนวน 1 หลัง มูลค่า 30,000 บาท
ปี 2537 นายอิสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต 2 ได้บริจาคหอกระจายข่าวพร้อมอุปกรณ์ให้กับโรงเรียนจำนวน 1 ชุด
วันที่ 6 มีนาคม 2537 ผู้ช่วยศาสตราจารย์วสันต์ พรหมบุญ นำนักศึกษาชมรมอาสาพัฒนาวิทยาลัยครูจันทรเกษม ออกค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนและสร้างอาคารเรียน 1 หลัง 7 ห้องเรียน แทนอาคารเรียนหลังแรก โดยได้รับความอนุเคราะห์งบประมาณจาก นายสุชัย – นางกุหลาบ ยอดโพธิ์ทอง มูลค่า 330,000 บาท
ปี 2539 ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืด จังหวัดอุบลราชธานี สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์ผลิตพันธุ์ปลา จำนวน 1 หลัง และบ่อเลี้ยงปลา จำนวน 1 บ่อ มูลค่า 100,000 บาท
ปี 2546 บริษัท เกียรติสุรนนท์ กรุ๊ป และบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า สร้างอาคารเรียนให้ จำนวน 1 หลัง มูลค่า 1,200,000 บาท และ ปี 2548 สร้างอาคารอเนกประสงค์ให้อีก จำนวน 1 หลัง มูลค่า 1,000,822 บาท
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎร จำนวน 6 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันที่ 8 ตุลาคม 2534
ครั้งที่ 2 วันที่ 22 ธันวาคม 2541
ครั้งที่ 3 วันที่ 11 ธันวาคม 2544
ครั้งที่ 4 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2549
ครั้งที่ 5 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
ครั้งที่ 6 วันที่ 16 พฤษภาคม 2559
ปัจจุบันโรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด 16 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา
ระบบการศึกษา
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาเอ็ม สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี
จัดตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 25 สิงหาคม 2523 เปิดทำการสอนระดับก่อนประถม ถึงระดับประถมศึกษา ดำเนินการสอน 2 ภาคเรียน ดังนี้
ภาคเรียนที่ 1 เปิดวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 10 ตุลาคม
ภาคเรียนที่ 2 เปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 มีนาคม
เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด 19) ในปีการศึกษา 2564 เปิดเรียนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ซึ่งโรงเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมของระบบ Thai Stop Covid+ (TSC+) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
- จำนวนครูและนักเรียน
เมื่อเริ่มก่อตั้งมีนักเรียน 133 คน มีครู ตชด. 4 นาย
ปัจจุบันมีครู ตชด. 7 นาย ครูอัตราจ้าง 1 คน มีนักเรียน 71 คน เป็นชาย 42 คน หญิง 29 คน ดังนี้
ตารางแสดงจำนวนครูและคุณวุฒิ ปีการศึกษา 2564
|
ลำดับที่ |
ชื่อ – นามสกุล |
คุณวุฒิ |
สังกัด |
ความรับผิดชอบ |
|
|
1 |
ด.ต.หญิง นันทนา |
พาเจริญ |
ป.ตรี |
บช.ตชด. |
– ครูใหญ่ |
|
2 |
ด.ต.หญิง รัชนีชล |
กิจวรธาดา |
ป.ตรี |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – โครงการส่งเสริมสหกรณ์ |
|
3 |
ส.ต.ท. ทรงวุฒิ |
แคนศิลา |
ป.ตรี |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา |
|
4 |
ส.ต.ท. จีรวัฒน์ |
ศรีหาตา |
ป.ตรี |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – โครงการฝึกอาชีพ – โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |
|
5 |
ส.ต.ท. รณกิจ |
ไฝจันทึก |
ม.6 |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 – โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ |
|
6 |
ส.ต.ท.หญิง รัตติพร |
คำใส |
ม.6 |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 – โครงการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร – โครงการส่งเสริมไอโอดีน |
|
7 |
ส.ต.ท.หญิง พรวิไล |
เจริญทัศน์ |
ป.ตรี |
บช.ตชด. |
– ครูประจำชั้นอนุบาล 3 – โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน |
|
8 |
นายเทิดไท |
พันธ์อุ่น |
ป.ตรี |
สพป.อบ.เขต 5 |
– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 |
หมายเหตุ สังกัด หมายถึง แหล่งที่มาของเงินค่าจ้างปฏิบัติงาน
ตารางแสดงจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2564
|
ระดับชั้น |
จำนวนนักเรียน (คน) |
||
|
ชาย |
หญิง |
รวม |
|
|
อนุบาล 3 |
4 |
3 |
7 |
|
รวมชั้นอนุบาล |
4 |
3 |
7 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 1 |
3 |
3 |
6 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 2 |
6 |
3 |
9 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 3 |
8 |
7 |
15 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 4 |
5 |
4 |
9 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 5 |
5 |
6 |
11 |
|
ประถมศึกษาปีที่ 6 |
11 |
3 |
14 |
|
รวมชั้นประถมศึกษา |
38 |
26 |
64 |
|
รวมนักเรียนทั้งหมด |
42 |
29 |
71 |
การดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นมา โรงเรียนดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560-2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้
- เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุลในด้านพุทธิ-ศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ มีความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
- เพื่อขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ ครอบครัวและชุมชนเกิดการพัฒนา ช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนและโรงเรียนไปพร้อม ๆ กัน
- เพื่อผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาเป็นศูนย์บริการความรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครอง ชุมชน และสถานศึกษาหรือองค์กรอื่น ๆ ทั้งจากภายในประเทศและจากต่างประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละที่ สร้างความร่วมมือและเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์หลักข้างต้น การพัฒนาตามแผนฯ ฉบับที่ 5 จึงกำหนดเป้าหมายหลัก 8 ข้อ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสรุปตามตัวชี้วัดได้ดังนี้
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เห็นความงดงาม เกิดเป็นความปีติที่จะศึกษา เป็นความรัก ความผูกพัน หวงแหนในทรัพยากรของตน ร่วมในกระบวนการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
คะแนนเฉลี่ยวิชาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปีการศึกษา 2563
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
|
จำนวน นร. ทั้งหมด (คน) |
จำนวน นร. ที่เข้ารับการประเมิน |
คะแนนเฉลี่ย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) |
|
|
คน |
ร้อยละ |
||
|
8 |
8 |
100.00 |
85.00 |
