รร.ตชด.ปิล็อกคี่ จ.กาญจนบุรี

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนปิล็อกคี่ จ.กาญจนบุรี

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนปิล็อกคี่

หมู่ที่ 4 ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

1. ประวัติของโรงเรียน

           ปี พ.ศ. 2530 มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาบ้านปิล็อกคี่ โดยเปิดเป็นโรงเรียนชั่วคราว เพื่อให้เด็กในชุมชนซึ่งมีถึง 128 คน ได้เรียนรู้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

         ต่อมาปี พ.ศ. 2545 ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดกาญจนบุรี ปรับเปลี่ยนภารกิจหลัก ประกอบกับ ไม่มีครูอาสา และไม่มีผู้ประสานงานประจำหมู่บ้าน จึงยุติการเรียนการสอน ทำให้เด็กในชุมชนได้รับความเดือดร้อน  วันที่ 5 เมษายน 2548 ราษฎรบ้านปิล็อกคี่ ได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ  สยามบรมราชกุมารี   เพื่อขอจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่หมู่บ้าน

          วันที่ 15 มีนาคม 2549 คณะทำงานจากสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี   ได้เดินทางมาร่วมประชุมหารือกับคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอจัดตั้งโรงเรียนตำรวจ-ตระเวนชายแดน  ตามที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา พร้อมทั้งประสานข้อมูลด้านการศึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่    และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13  ได้สั่งการให้ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ดำเนินการจัดกำลังพล จำนวน 2 นาย จากฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ไปสอนหนังสือให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน

        วันที่ 5 ตุลาคม 2549 ราษฎรบ้านปิล็อกคี่ จำนวน 7 ราย ร่วมกันมอบที่ดินรอบบริเวณฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ รวมพื้นที่ 37 ไร่ 2 งาน  

       วันที่ 4 พฤษภาคม 2550 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้อนุมัติจัดตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 พร้อมเปิดการเรียนการสอนวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 โดยใช้อาคารเรียนของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาบ้านปิล็อกคี่เป็นอาคารเรียนชั่วคราว มีนักเรียน จำนวน 210 คน ชาย 111 คน หญิง 99 คน ครูตำรวจตระเวนชายแดน  จำนวน 6 นาย ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 2 คน และครูอาสาจากสภา  คริสตจักรแห่งประเทศไทย 1 คน  โดยมี ดาบตำรวจ ทวิช  ปิ่นแก้ว  เป็นครูใหญ่

          เดือนมิถุนายน 2550 มีการปรับพื้นที่บริเวณฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่ เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารประกอบ โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์บริจาคเงินจำนวน 2,550,000 บาท ในการก่อสร้าง-    อาคารเรียนถาวร 1 หลัง ขนาด 9 x 68 เมตร จำนวน 9 ห้องเรียน อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง ห้องสุขา 10 ห้อง แท่นเสาธงชาติ พร้อมลานกีฬา ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2551 จึงย้ายนักเรียนมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนถึงปัจจุบัน

         วันที่ 21 ธันวาคม 2551 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารองค์กร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  พร้อมคณะ  เดินทางมามอบอาคารเรียนพร้อมลานกีฬา  โดยมี   พล.ต.ต.สมเกียรติ    ธรรมนิยาย ผู้บังคับการ  กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 พ.ต.อ.มนต์ชัย  เรืองจรัส   ผู้กำกับการ กองกำกับการตำรวจ-ตระเวนชายแดนที่ 13 และ พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์  ศรีสุวรรณ์  รองผู้กำกับการ  กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13   เป็นผู้รับมอบ

         วันที่ 3 สิงหาคม 2552 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 387,274 บาท ดำเนินการก่อสร้างอาคารสหกรณ์  จำนวน 1 หลัง โดยดำเนินการสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552

          วันที่ 29 สิงหาคม 2552 รายการสยามทูเดย์ร่วมกับบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิต ปรับปรุงที่พักนักเรียนบ้านไกล  จำนวน 2 หลัง งบประมาณ 40,000 บาท

          ปัจจุบันโรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด 37 ไร่ 2 งาน

 

2. ระบบการศึกษา

          โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล็อกคี่  สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 จังหวัดกาญจนบุรี มีเขตบริการ 3 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านปิล็อกคี่ หมู่ที่ 4 กลุ่มบ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ที่ 4 และกลุ่มบ้านเกริงแกะ หมู่ที่ 4

          โรงเรียนเปิดทำการสอนอย่างเป็นทางการวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับก่อนประถม ถึงระดับประถมศึกษา ดำเนินการสอนเป็น 2  ภาคเรียน  ดังนี้

                   ภาคเรียนที่  1  เปิดวันที่ 16 พฤษภาคม  ถึง 10 ตุลาคม

                   ภาคเรียนที่  2  เปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน  ถึง 31 มีนาคม

 

3. จำนวนครูและนักเรียน

          เมื่อเริ่มก่อตั้งมีนักเรียน 210 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน 6 นาย

         ปัจจุบันมีนักเรียน 258 คน เป็นชาย 142 คน หญิง 116 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน 9 นาย ผู้ดูแลเด็ก 2 คน

ตารางแสดงจำนวนครูและคุณวุฒิ ปีการศึกษา 2552

ลำดับที่

ยศชื่อ – นามสกุล

คุณวุฒิ

1)

ร.ต.อ.วีรชัช  

เภานาง

มัธยมศึกษาปีที่ 5  ศึกษาต่อปริญญาตรี

2)

ด.ต.ประเวทย์   

สัตยากร

ปริญญาตรี (การประถมศึกษา)

3)

จ.ส.ต.จักรกฤษณ์ 

พลายเนาว์

ปริญญาตรี (การประถมศึกษา)

4)

ส.ต.อ.ศิริเดช  

กุโรรัตน์

ปริญญาตรี (การเงิน การธนาคาร)

5)

ส.ต.อ.หญิง ยุพา 

คำจำปา

ปริญญาตรี (การประถมศึกษา)

6)

ส.ต.อ.ยุทธนา

คงถาวร

ปริญญาตรี (เทคโนโลยีสารสนเทศ)

7)

ส.ต.ต.หญิง สุพัตรา

ชีพนุรัตน์

ปริญญาตรี (พัฒนาชุมชน)

8)

ส.ต.ต.หญิง ชนกันต์

เจริญสุข

ปริญญาตรี (บริหารรัฐกิจ)

9)

ส.ต.ต.สมบัติ 

แก้วสะอาด

ปริญญาตรี (พัฒนาชุมชน)

10)

นางสาวเนจี

จิตสำเริง

ศึกษาต่อปริญญาตรี

(ผู้ดูและด็ก)

11)

นางสาวเกสร

มวลพฤกษา

มัธยมศึกษาปีที่ 3

(ผู้ดูแลเด็ก)

ตารางแสดงจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2552

ระดับชั้น

จำนวนนักเรียน (คน)

ชาย

หญิง

รวม

เด็กก่อนวัยเรียน

40

31

71

ประถมศึกษาปีที่ 1

26

13

39

ประถมศึกษาปีที่ 2

16

15

31

ประถมศึกษาปีที่ 3

16

15

31

ประถมศึกษาปีที่ 4

17

15

32

ประถมศึกษาปีที่ 5

12

14

26

ประถมศึกษาปีที่ 6

15

13

28

รวม

142

116

258

4. การดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ

          วัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริขึ้นในโรงเรียนตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ระยะที่ 4 (ปี 2550 – 2559) ดังนี้

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ความรู้และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ว5_101)

ปีการศึกษา 2551

กรอบความรู้และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์

ประถม 3 (35 คน)

ประถม 6 (38 คน)

ดี

พอใช้

ปรับปรุง

ดี

พอใช้

ปรับปรุง

ความรู้

 

 

 

 

 

 

1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม

35

20

18

2. ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

10

25

10

28

3. ปัญหาและผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากร-

   ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

30

5

 

38

4. แนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

35

15

23

พฤติกรรม

 

 

 

 

 

 

1. ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น น้ำในห้องน้ำ น้ำดื่ม

   น้ำเพื่อการเกษตร

35

38

2. ประหยัดพลังงาน เช่น ประหยัดไฟ

35

38

3. เลือกบริโภคและอุปโภคของที่ผลิตในท้องถิ่น

35

38

4. ลดปริมาณขยะ เช่น ลดการใช้พลาสติก โฟม แยกขยะ

   นำของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ 

20

15

38

5. รักษาห้องเรียนและบริเวณให้สะอาด เรียบร้อย ร่มรื่น

   และสวยงามอยู่เสมอ

10

15

10

30

8

6. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

   ของชุมชน เช่น การปลูกป่า การรักษาแหล่งน้ำ

35

35

โรงเรียนภายในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระยะที่ ๔