ศกร.ตชด.สนั่น-เฉลิมเกตุ นภาศัพท์ จ.เชียงใหม่

โครงการฝึกอาชีพ ระยะที่ ๕

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสนั่น-เฉลิมเกตุ นภาศัพท์ จ.เชียงใหม่

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสนั่น-เฉลิมเกตุ นภาศัพท์

หมู่ที่ 16 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

 ประวัติของโรงเรียน

ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ฉบับที่ 5 พ.ศ.2560–2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำรวจพื้นที่หมู่บ้านที่เป็นจุดบอดทางการศึกษา เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้มีโอกาสได้รับการศึกษาเทียบเท่ากับคนพื้นราบ

ในปี 2563 นายสมชาย สิทธิ์คงขจร สมาชิก อบต.แม่ศึก ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านแม่คอง พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านได้ทำหนังสือถึงกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ขอความช่วยเหลือให้ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาจัดตั้งโรงเรียนในชุมชน โดยนายพะเหล่ดี อภิบาลสานธรรม ได้ดำเนินการยื่นหนังสือขออนุมัติจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่คอง

ในเดือนมีนาคม 2564 พันตำรวจเอกอภิชาติ รักพงษ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ได้เดินทางเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยได้รับมอบพื้นที่ทำกินจากนายพิชัย อนุรักษ์พนาวี นายวิโรจน์ ธำรงค์สุขชโลธร  ให้กับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่คอง

ในเดือนพฤษภาคม 2564 พลตำรวจโทวิชิต  ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ในขณะนั้น) เห็นชอบให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 จัดตั้งศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่คอง โดยมี ร.ต.ท.วารินทร์ กุณณะตัน ทำหน้าที่ครูใหญ่ โดยเปิดทำการสอนในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีนักเรียนทั้งหมด 41 คน โดยใช้โบสถ์คริสต์ของหมู่บ้านเป็นที่ทำการสอนชั่วคราว

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 นางเฉลิมเกตุ นภาศัพท์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อก่อสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารเรียน และอาคารประกอบอื่นๆ รวมจำนวน 6 หลัง ที่ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่คอง  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็น “ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสนั่น-เฉลิมเกตุ นภาศัพท์”

ปัจจุบันโรงเรียนมีพื้นที่ทั้งหมด 9 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา

ระบบการศึกษา

ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสนั่น-เฉลิมเกตุ นภาศัพท์ สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  พื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33

จัดตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เปิดทำการสอนระดับก่อนประถม ถึงระดับประถมศึกษา ดำเนินการสอน 2 ภาคเรียน  ดังนี้

ภาคเรียนที่  1  เปิดวันที่ 16 พฤษภาคม  ถึง 10 ตุลาคม

ภาคเรียนที่  2  เปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน  ถึง 31 มีนาคม

 จำนวนครูและนักเรียน

เมื่อเริ่มก่อตั้งมีนักเรียน 41 คน มีครู ตชด. 4 นาย

ปัจจุบันมีครู ตชด. 5 นาย ครูอัตราจ้าง 1 คน มีนักเรียน 57 คน เป็นชาย 36 คน หญิง 21 คน  ดังนี้

 

ตารางแสดงจำนวนครูและคุณวุฒิ ปีการศึกษา 2565

 

ลำดับที่ ชื่อ – นามสกุล คุณวุฒิ สังกัด ความรับผิดชอบ
1 ร.ต.ท.วารินทร์ กุณณะตัน ป.ตรี

สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

บช.ตชด. – ครูใหญ่
2 ส.ต.อ.หญิงภัสสรา ชุติมันต์คีรีกุล ม.6 บช.ตชด. – โครงการฝึกอาชีพ

– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

3 ส.ต.อ.ก้องภพ ถนอมอุรพี ม.6 บช.ตชด. – โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา

– โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน

– โครงการส่งเสริมโภชนาการฯ

– ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4

4 ส.ต.ท.หญิง ดวงใจ เผ่าผกานต์ ม.6 บช.ตชด. – ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

– โครงการส่งเสริมสหกรณ์

5 ส.ต.ต.หญิง นิภา หมื่นแลกู่ ม.6 บช.ตชด. – ครูประจำชั้นอนุบาล 3

– โครงการนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ฯ

– ห้องสมุด

6 นายสุริยา พงษ์ศักดิ์อารีไพร ป.ตรี

สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

อบจ.เชียงใหม่ – ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

– โครงการเกษตรฯ

– โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ

    หมายเหตุ สังกัด หมายถึง แหล่งที่มาของเงินค่าจ้างปฏิบัติงาน

ตารางแสดงจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2565

ระดับชั้น จำนวนนักเรียน (คน)
ชาย หญิง รวม
อนุบาล 3 7 3 10
รวมชั้นอนุบาล 7 3 10
ประถมศึกษาปีที่ 1 8 6 14
ประถมศึกษาปีที่ 2 4 3 7
ประถมศึกษาปีที่ 3 3 1 4
ประถมศึกษาปีที่ 4 5 4 9
ประถมศึกษาปีที่ 5 9 4 13
รวมชั้นประถมศึกษา 29 18 47
รวมนักเรียนทั้งหมด 36 21 57

การดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมา โรงเรียนดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2560-2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้

  1. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุลในด้านพุทธิ-ศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ มีความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
  2. เพื่อขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ ครอบครัวและชุมชนเกิดการพัฒนา ช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนและโรงเรียนไปพร้อม ๆ กัน
  3. เพื่อผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาเป็นศูนย์บริการความรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาให้กับผู้ปกครอง ชุมชน และสถานศึกษาหรือองค์กรอื่น ๆ ทั้งจากภายในประเทศและจากต่างประเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละที่ สร้างความร่วมมือและเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์หลักข้างต้น การพัฒนาตามแผนฯ ฉบับที่ 5 จึงกำหนดเป้าหมายหลัก 8 ข้อ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสรุปตามตัวชี้วัดได้ดังนี้

โครงการฝึกอาชีพ

เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้อาชีพการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ และการจัดทำบัญชี งานอาชีพที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย  ตลอดจนมีลักษณะนิสัยและคุณธรรมจริยธรรมตามหลักและอุดมการณ์สหกรณ์

ผลผลิตทางการเกษตร ปีการศึกษา 2564 ครั้งที่ 2

ประเภทผลผลิตการเกษตร ปริมาณ
พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม
เนื้อสัตว์
  สัตว์ปีก (ไก่, เป็ด) (ก.ก.) 50 46 45 55 52
  ไข่ไก่, ไข่เป็ด (ฟอง) 0 0 0 0 0
  ปลา (ก.ก.) 0 0 0 0 0
  เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมู   (ก.ก.) 0 0 0 0 0
  อื่นๆ (ก.ก.) 0 0 0 0 0
ถั่วเมล็ดแห้ง (ก.ก.) 0 0 0 0 0
ผัก (ก.ก.) 70 68 60 50 65
ผลไม้ (ก.ก.) 0 0 0 0 0

คะแนนเฉลี่ยวิชาเกษตร ปีการศึกษา 2564 นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

  • ปีการศึกษา 2564 ไม่มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 

คะแนนเฉลี่ยวิชาชีพที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ปีการศึกษา 2564 นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

  • ปีการศึกษา 2564 ไม่มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          คะแนนเฉลี่ยวิชาสหกรณ์ ปีการศึกษา 2564 นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

  • ปีการศึกษา 2564 ไม่มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

โรงเรียนภายในโครงการฝึกอาชีพ ระยะที่ ๕